[Fic] … Kiss shita mama, Sayonara … part 2

posted on 07 Feb 2009 00:14 by hiromific  in TVXQ-Fiction

Title : - - - Kiss shita mama, Sayonara - - -

Author : H i R o M i

Category : RPS, Tragedy

Pairing : YH,JJ,YC,JS ?????

Rating : PG-13

Author notes : ตอนนี้ขอมอบแด่พี่ยุน  แต่ทำไมยูซูมันเด่นวะ???   

 

Part 2    

 

 

เสียงโวยวายดังลั่นห้องนั่งเล่นที่กลายเป็นสนามรบของเด็กโข่งสองคนที่กำลังเล่นเกมส์กันอย่างเป็นเอาตายไม่มีใครยอมใคร

 

ฮ่าๆๆๆ ยูชอนอ่า....  อย่าแกล้งดิ๊เสียงประท้วงจากคนตัวเล็กดังขึ้น  เมื่อคนที่กำลังเสียเปรียบยื่นมือมาจี้เอวตนเอง  

 

 นี่แน่ะๆ ไม่หยุดหรอก มือเรียวยังคงตามจี้เอวบางอย่างไม่ลดละ 

 

แพ้แล้วอย่าพาลดิ  อ๊ะ!!!! โธ่.. ตายเลยอ่ะ ตาเรียวเล็กหันมาขว้างค้อนวงใหญ่ใส่คนช่างแกล้ง  แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่  เพราะคนช่างแกล้งยังไม่ทีท่าว่าจะหยุดจี้เอว  เสียงโวยวายจึงกลายเป็นเสียงหัวเราะดังลั่นห้องแทน

 

ร่างบางที่ตั้งใจจะเดินผ่านไปยังห้องครัวต้องสะดุดฝีเท้าลงก่อนจะหันหลังกลับไปยังห้องนอนที่เดินจากมา  เพราะเสียงหัวเราะทุ้มในลำคอของใครอีกคนที่ดังประสานมากับเสียงใสที่ทั้งโวยวายและหัวเราะสลับกันไป  ภาพที่บังเอิญเห็นกลับเสียดแทงความรู้สึกจนเกินทน  ห้องนอนที่เปลี่ยนคนร่วมห้องไปจากเดิม  แต่ทำไมกลับมีภาพเจ้าของเดิมอยู่ทุกหนแห่งในความทรงจำไม่เคยเปลี่ยน  ทำไมกัน....

.

.

ยูชอน... เสียงแหบแผ่วเอ่ยเรียกคนที่ชะงักเงียบก่อนจะทิ้งตัวซบหน้าลงพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ผิวนุ่มรู้สึกได้

 

ขอฉันอยู่อย่างนี้สักพักได้ไหม คนร้องขอได้แต่ซบหน้าลงบนบ่าบอบบางคล้ายคนหมดเรี่ยวแรง

 

ไม่เป็นไรนะ... เสียงหวานสั่นเครืออย่างสุดฝืน  พยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่ให้อีกคนรู้ว่าตนเจ็บเพียงใด  มือบางลูบแผ่นหลังที่ห่อลู่อย่างแผ่วเบา

 

 รู้...ว่าทำไมคนๆ นี้ร้องไห้  เห็น...อีกคนที่เดินจากไป  แต่...ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง  ยิ่งคนๆ นี้เสียใจมากเท่าไรเขาก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น  เพียงชั่ววินาทีกำแพงที่เขาเพียรจะพังทลายมันลง กลับก่อตัวปิดกั้นคนๆ นี้ให้กลับเข้าไปในโลกที่โศกเศร้าดังเดิม  เขาต้องพยายามอีกเท่าไหร่... อีกนานแค่ไหนที่กำแพงนั่นจะจางหายไป  เมื่อไหร่ที่คนร่าเริงคนนั้นจะกลับมา.... 

……………………………………

……………………

 

แจจุง... กินข้าวได้แล้วครับ เสียงทุ้มที่ปลุกให้หลุดจากห้วงภวังค์แห่งความคิด  ร่างบางได้แต่ก้มหน้าซ่อนรอยน้ำตาเอาไว้ ก่อนเอ่ยตอบกลับไปด้วยเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด

 

วันนี้สั่งอะไรมากินกันล่ะ แสร้งทำเป็นสนใจเรื่องอาหารมื้อเย็นทั้งที่ยังไม่ยอมหันกลับไปเผชิญหน้า  มือบางที่ทำทีเป็นยกขึ้นขยี้ตาแต่หากเป็นการกรีดหยาดน้ำใสที่ยังคงคลอรอบหน่วยตาแดงช้ำปาดทิ้งออกไป

 

ก็มีราเมน กับข้าวหน้าแกงกะหรี่น่ะ  อยากกินอะไรอีกไหม ร่างสูงให้ตำตอบพลางถามไถ่อย่างห่วงใยเช่นเคย

 

แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ตอบพลางลุกขึ้นเดินไปหาร่างสูงที่ยังคงยืนพิงบานประตูดังเดิมตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัว 

 

ไปกันเถอะ  เดี๋ยวชางมินจะฟาดเรียบไม่เหลือให้เราอีก วางมือบางลงบนอุ้งมือหนาที่กางออกรับจับจูงกันเดินออกไปจากห้องนอนที่ใช้ร่วมกัน

 

 รู้และเห็นมาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้น  เจ็บ...ที่รู้ว่าคนที่รักเสียใจเพราะสิ่งใด  เจ็บ...ที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากปลอบใจ  น้ำตาที่หลั่งรินของคนที่รักสุดหัวใจก็เหมือนน้ำกรดที่รินรดลงบนหัวใจ  เจ็บปวดและทรมานเหลือเกิน  เมื่อใดที่หัวใจหยุดเต้นลงเขาคงเจ็บเกินกว่าจะหายใจได้อีก...... 

 

……………………………………

……………………

 

ตารางงานที่มีเข้ามาอยู่ตลอดเวลา  จนเวลาพักผ่อนแทบจะเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับทั้งห้าคน  แต่เวลาที่ควรจะได้พักกลับกลายเป็นเวลาที่ทรมานใจของใคร... หลายคน....

.

.

ยูชอน... ทำอะไรอยู่อ่ะ... เจ้าตัวกวนเอ่ยถามเสียงใสทั้งๆ ที่ตัวยังเดินมาไม่พ้นประตูดี

 

แต่งเพลงอยู่น่ะ เพลง... ที่ไม่มีอะไรนอกจากกระดาษเปล่า

 

ไปนอนกันเถอะ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องออกแต่เช้านะ มือเล็กจัดการดึงปากกาออกจากมือคนที่นั่งอยู่แล้ววางไปบนกองกระดาษตรงหน้า  ร่างโปร่งดึงเอาหูฟังอันใหญ่ออกจากรอบคอแล้ววางทับลงไปบนนั้นอีกที  ร่างเล็กจึงหันหลังเตรียมออกจากห้อง แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อแขนแกร่งโอบรอบเอวคอดก่อนที่จะซุกใบหน้าลงกับหลังบอบบาง

 

ขออยู่แบบนี้สักพักได้ไหม เสียงแหบทุ้มอู้อี้จนแทบจะจับใจความไม่ได้  มือเล็กบีบกระชับที่สองมือตรงหน้าท้องตนเองก่อนที่จะกอบกุมกระชับมือที่สั่นเทานั่นไว้  สัมผัสเปียกชื้นที่แผ่นหลังเริ่มแผ่วงกว้างขึ้น  เรียกรั้งให้คนที่กลายเป็นที่พึ่งพิงต้องหมุนตัวกลับมาย่อกายคุกเข่าจนอยู่ในระดับเดียวกันกับร่างโปร่ง  เรียวนิ้วเล็กปาดไล้หยาดน้ำที่ไหลเอ่อล้นจากตาสีเข้ม

 

ปล่อยมันไหลออกมาให้หมดนะ  ร้องไห้ออกมาเถอะ   ร้องให้พอ...  แล้วพรุ่งนี้... ยูชอนต้องกลับมายิ้มให้ได้นะ.. ทั้งที่บอกให้คนที่รักร้องไห้ออกมาแต่น้ำตาของตัวเองกลับไหลย้อนลงไปในอก  เจ็บปวด ทรมานมากเพียงไหนก็ไม่อาจทำอะไรได้  สิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงคอยอยู่เคียงข้างเท่านั้น

 

……………………………………

……………………  

 

 ดูแลตัวเองด้วยนะ เสียงทุ้มสั่งเจ้าตัวป่วนประจำวงที่มานั่งแปะอยู่ข้างเตียง 

 

อืมคนโดนสั่งพยักหน้ารับอย่างหงอยๆ  เพราะโดนทิ้งให้อยู่ทำงานกันสองคนกับหัวหน้าวง  ส่วนคนอื่นๆ ล่วงหน้ากันกลับเกาหลีไปก่อน 

 

ร่างสูงที่หันมาเห็นท่าทางของจุนซูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะละมือจากของที่กำลังจัดลงกระเป๋าแล้ววางมืออุ่นลงบนกลุ่มผมนุ่มจับศีรษะเล็กโยกเบาๆ อย่าลืมใส่เสื้อหนาๆ นะเวลาออกไปข้างนอกน่ะ  ตอนนอนก็อย่าลืมเปิดฮีตเตอร์ด้วย รู้ไหม... 

 

รู้แล้วน่า... ถ้ามันหนาวมากเดี๋ยวฉันก็ลากหมอนไปนอนกับพี่ยุนโฮเองแหล่ะ ร่างเล็กรีบหยุดพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นแววตาที่ไหวระริกของคนตรงหน้า  ได้แต่โทษตัวเองที่ดันเป็นคนปากไวพูดอะไรไม่คิด 

 

ยูชอน... เสียงเล็กแหบครางเรียกชื่ออีกคนพลางคว้าเอามือแกร่งขึ้นมากอบกุมราวกับจะถ่ายทอดคำขอโทษผ่านไปทางสัมผัสแผ่วเบานี้ 

 

ฉันไม่เป็นไร.. มือข้างที่ไม่โดนเกาะวางทับลงไปบนมือเล็กแล้วบีบเบาๆ ตอบกลับไป 

 

แน่ใจนะ ว่ากลับไปแล้วจะอยู่ได้น่ะ คนเป็นห่วงเอ่ยถามซ้ำอย่างไม่มั่นใจ 

 

แน่ใจสิ   ฉันจะกลับไปหาเจ้ายูฮวาน  คงไม่ได้นอนที่คอนโดหรอก แม้ความเศร้าหมองจะยังไม่หมดไปจากดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นแต่ความเข้มแข็งที่แฝงอยู่ข้างในกลับทำให้จุนซูกลับมีแรงใจขึ้นมาเป็นกอง   

 

สองมือที่กอบกุมกันไว้ยังไม่มีใครที่คิดจะปล่อยมือไปไหน  ก็เหมือนกับหัวใจที่ยังต้องการใครมาเป็นที่พึ่งพิงในยามนี้... 

เวลา... แห่งการเยียวยาจิตใจ...

เวลา... ที่ต้องการใครสักคนที่คอยอยู่ข้างกาย... 

 

งั้นถ้าฉันถึงเกาหลีแล้วจะโทรไปหานะ  พ่อชวนไปทานข้าวที่บ้านหลายรอบแล้ว ยูชอนไม่ได้ไปสักทีเลย  คนอื่นเค้าไปกันมาหมดแล้วนะ เมื่อวางใจไปได้ส่วนหนึ่งแล้วเจ้าตัวยุ่งก็เอ่ยถามถึงสัญญาที่ยังค้างกันอยู่ทันใด 

 

รู้แล้วๆ เดี๋ยวแถมไปนอนค้างด้วยเลย ดีไหม คนตัวสูงกว่าเอ่ยเย้าแต่เอาจริง 

 

ไปแย่งที่กับพี่จุนโฮเอาเองแล้วกันนะตอบกลับไปทั้งที่ในใจก็หวั่นเหลือเกินว่าจะเป็นแค่เรื่องล้อกันเล่นเท่านั้น 

 

อ้าว... ก็นอนด้วยกันไม่ได้หรือไงล่ะ จากน้ำเสียงที่เอ่ยเหมือนล้อเล่นกลับจริงจังขึ้นมา  จนอีกฝ่ายถึงกับทำอะไรไม่ถูก 

 

จะบ้าเหรอ  เตียงที่บ้านฉันเล็กจะตายไปจะมาเบียดกันยังไงเล่า แกล้งว่าทั้งที่ในใจทั้งเขินทั้งดีใจปนเปกันไปหมด  แล้วก็ดึงมือออกจากฝ่ามืออุ่นคู่นั้น  เตรียมการตั้งท่าลงไม้ลงมือถ้าหากเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ 

 

พี่ครับเก็บของเสร็จรึยัง แต่แล้วสงครามเล็กๆ ที่กำลังจะเกิดก็ต้องยุติลงเมื่อเจ้าน้องเล็กเดินเข้ามาตามคนที่กำลังจะได้กลับบ้าน 

 

ใกล้แล้วล่ะ  เสร็จกันแล้วเหรอ มือแกร่งคว้าเอาต้นแขนเล็กไว้  เพราะเมื่อมีบุคคลที่สามก้าวเข้ามา  เจ้าตัวเล็กตั้งท่าจะถอยหนีออกห่างจากเขาเหมือนทุกที 

 

ครับ ผมเลยเดินมาดูพี่นี่ล่ะ ว่าแล้วเชียวว่าจะต้องมีคนมากวนจนไม่ได้เก็บของน่ะ แล้วไอ้เด็กตัวโตก็ยักคิ้วกวนๆ ใส่พี่ชายคนสุดท้องของวง  ก่อนจะรีบถอยฉากไปหลบพายุโลมาสลาตันที่ปลดมือของพี่คนกลางลงเตรียมถลามาประทุษร้ายตนเอง 

 

กลับมานี่นะชางมิน...  ไม่อยากกลับบ้านใช่ไหม... ไอ้เด็กบ้า... ตะโกนเรียกเจ้าตัวแสบเสียงเขียวก่อนจะวิ่งตึงตังตามเจ้าจอมกวนประจำบ้านไป  ปล่อยให้อีกคนนั่งเก็บเพียงลำพัง

.

.

ชิม ชางมิน... หยุดก่อนได้ไหม เสียงแหบที่เปลี่ยนไปไม่มีแววโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น  เรียกรั้งให้ช่วงขายาวหยุดชะงักแล้วหันหลังกลับมาหาพี่ชายที่ติดจะทำตัวเด็กแต่วันนี้กลับทำหน้ายุ่งใส่เขาแทน 

 

พี่ฝากดูแลด้วยนะ คนตัวเล็กเอ่ยขอร้องน้องชายคนเดียวของเขา  คนเดียวที่ไม่ต้องเอ่ยก็รู้ว่าใครคนนั้นคือใคร  และเรื่องอะไรที่จุนซูต้องร้องขอให้ช่วยเช่นนี้ 

 

ครับพี่... ตั้งใจทำงานเถอะ  จะได้รีบกลับไง มือใหญ่ตบเบาๆ ลงบนบ่าเล็กอย่างปลอบประโลม 

 

ขอบใจนะ ชางมิน พยายามฝืนยิ้มให้น้องทั้งที่ในอกปวดปร่าจนเกินจะเยียวยา  ยิ่งคิดถึงช่วงเวลาที่คนที่รักจะต้องทนทรมานแต่เขากลับไม่ได้อยู่เคียงข้างแค่นั้นก็แทบจะทนไม่ไหว  นึกอยากจะยกเลิกงานแล้วกลับเกาหลีไปพร้อมๆ กันเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป  หากแต่คำว่าหน้าที่กลับค้ำคอเอาไว้จนเกินกว่าจะทำมันลงไปได้  เพราะในเมื่อเลือกที่เดินในทางสายนี้แล้วเรื่องส่วนตัวย่อมต้องถูกกำจัดด้วยหน้าที่ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้  แม้จะต้องทรมานเพียงใดก็ตาม... 

 

……………………………………

……………………

 

เก็บของเสร็จแล้วเหรอ ร่างสูงที่เดินเข้ามาในครัวเอ่ยถามร่างบางที่กำลังง่วนกับการทำอาหารหน้าเตา 

 

อ๊ะ! อืม.. เสร็จแล้วล่ะ ร่างบางที่ตกใจเล็กน้อยเมื่อยุนโฮร้องทัก หันมาตอบแล้วกลับไปคนหม้อแกงตรงหน้าต่อไป 

 

ฉันทำกิมจิชิเกเอาไว้ให้นะ  ถ้าไม่ว่างอุ่นก็ตักใส่กล่องเข้าตู้เย็นเอานะ พูดพลางปิดฝาหม้อรอเดือดแล้วหันมาหาอีกคนที่ยืนพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ที่ด้านหลัง 

 

ส่วนข้าวฉันเอาเข้าตู้เย็นไว้ให้แล้ว  จะกินก็เอามาอุ่นแล้วกัน แล้วก็หันกลับไปล้างเก็บอุปกรณ์ที่ใช้ทำกับข้าว 

 

ยังไม่กลับได้ไหม  รอกลับพร้อมกันเถอะ ร่างสูงที่ยืนเงียบมานานเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแจจุงคว่ำจานใบสุดท้ายลงบนตะแกรงข้างอ่างล้างจาน  คนที่ถูกถามหันกลับมามองก่อนจะหันกลับไปเปิดฝาหม้อคนแกงเดือดครั้งสุดท้ายแล้วปิดเตาลง  แล้วหันหน้ากลับมาสบสายตาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายใจของอีกฝ่าย 

 

ฉันจะกลับบ้านไปหาแม่  ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มือเรียววางมือลงบนมือใหญ่ที่ยื่นออกมาตรงหน้า  ก่อนที่มือนั้นจะออกแรงดึงรั้งให้ร่างบางเข้ามาใกล้ก่อนโอบรอบเอวบางพลางซบหน้าลงบนไหล่บางนั้น 

 

งั้นฉันจะรีบทำงาน แล้วจะไปรับที่บ้านนะ เมื่อคนที่แสนห่วงใยพยายามที่จะเข้มแข็งขึ้นเขาก็ต้องแข็งใจให้ได้เหมือนกัน 

 

อืม... จะรอนะ ตอบรับให้อีกฝ่ายวางใจพลางลูบผมที่เริ่มยาวนั้นเบาๆ  ปลายนิ้วเรียวพันปลายผมเล่นอย่างเพลินมือ  เพลินจนลืมกันไปแล้วว่าอยู่ในท่าทางแบบใด  ตราบจนเมื่อได้ยินเสียงเอะอะของเจ้าน้องเล็กสองคนที่วิ่งไล่กันออกมาจากห้องนอน  คนที่โดนพิงอยู่จึงได้ขยับกายละมือออกจากกลุ่มผมหนานั่น 

 

ไปเตรียมตัวเถอะ  ใกล้ได้เวลาแล้วนี่ แล้วร่างสูงก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแต่แขนแกร่งยังไม่ละออกจากเอวบางกลับรั้งพาให้เดินออกมาจากครัวพร้อมกัน  แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อพบใครอีกคนที่เดินหอบหิ้วกระเป๋าออกมาจากห้องนอนห้องใหญ่ 

 

เอ่อ... เก็บของเสร็จแล้วเหรอ บรรยากาศที่ชวนอึดอัดไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกมาจนคนเป็นหัวหน้าวงต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นออกมาก่อน 

 

ครับพี่... ผู้จัดการมารึยังล่ะครับ คนที่เพิ่งออกมาจากห้องเอ่ยถามกลับมาบ้าง 

 

คงใกล้แล้วล่ะมั้ง  ใกล้ได้เวลาแล้วนี่ ตอบน้องพลางละมือออกจากเอวบาง เพราะเจ้าตัวสะกิดตนด้วยความกระอักกระอ่วน  ก่อนจะเดินไปยังห้องนั่งเล่นเมื่อถูกปล่อยตัวแล้ว  ทิ้งให้ทั้งสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ตามลำพังด้วยความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกันนัก  หากแต่คนหนึ่งเจ็บ...ที่ต้องเลิกรัก อีกคนเจ็บ...ที่รักยังไงก็ไปไม่ถึงใจดวงนั้นเสียที 

 

พี่ครับ... เค้า...ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ หลังจากเงียบกันพักใหญ่แต่ความเป็นห่วงมันมากกว่าเลยตัดใจถามไป  ทั้งที่ใจยังไม่รู้ว่าจะทำใจรับคำตอบได้ดีแค่ไหน 

 

แล้วนายล่ะ  ทำใจได้แค่ไหนถ้าต้องเห็นกันอยู่ทุกวันอย่างนี้ คำถามที่ทำเอาอีกคนนิ่งไปจนคนถึงอดจะรู้สึกผิดไม่ได้ 

 

ขอโทษนะ ขอโทษ...ที่ฉันเห็นแก่ตัว ขอโทษ...ที่ฉันทำร้ายนายทั้งสองคน  ขอโทษ...ที่ฉันเห็นงานสำคัญกว่า  ขอโทษ...ที่ฉันไม่ยอมปฏิเสธเรื่องนี้ไป  ขอโทษ...ที่ฉันรักแจจุง...

.

.

พี่ครับ  ผู้จัดการมาแล้วครับ  ไปกันเถอะเจ้าน้องเล็กเป็นฝ่ายมาตามยูชอนที่ยังคงยืนนิ่งมองสบตากับคนแก่เดือนกว่าหลังจากที่คนเป็นพี่เอ่ยคำนั้นออกมา 

 

อืม... เดี๋ยวพี่ตามไปนะ หันไปบอกเจ้าน้องเล็กแล้วหันกลับมาหาร่างสูงอีกครั้ง  ทิ้งให้น้องชายเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่นตามเดิม 

 

พี่ไม่ต้องขอโทษผมหรอก  แค่ดูแลเค้าให้ดีก็พอ ร่างโปร่งเดินผละจากไปพร้อมวางมือลงบีบเบาๆ บนไหล่หนา  มือที่วางความหวังอันหนักอึ้งลงบนบ่าที่ต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้  ภาระที่ไม่มีวันปลดมันลงไปได้หากต้องยืนอยู่ในจุดนี้...  หัวหน้าวง... 東方神起... 

 

……………………………………

……………………

 

เดินทางปลอดภัยนะ... เสียงเจ้าตัวยุ่งที่ยืนเกาะประตูส่งโบกมือลาให้วุ่นวาย  น่าแปลกใจเหลือเกินที่ยังร่าเริงได้ตลอดเวลาแม้จะต้องโดนปล่อยเกาะอยู่แบบนี้ก็ตาม  หากแต่เมื่อประตูบานนั้นปิดลงก็เหมือนตุ๊กตาที่ถูกถอดถ่านออก  เจ้าตัวเล็กที่เคยส่งเสียงเจื้อยแจ้วน่ารำคาญได้ทั้งวันกลับเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟากว้าง 

 

จุนซู... ร่างสูงที่เดินตามกลับเข้ามาอดที่จะร้องเรียกให้น้องชายลุกขึ้นมาไม่ได้ 

 

พี่ครับ... ทำแบบนี้มันดีแล้วเหรอ คำถามที่พุ่งเข้าใส่ทำเอาอีกคนจุกจนไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาได้อีก  ร่างสูงเลือกที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง  ...มุมโปรดของคนที่จากไป...  ไออุ่นบนพื้นผิวที่ยังกรุ่นกำจายกลับยิ่งทวีแรงบีบเข้าไปที่ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายมากขึ้นทุกที 

 

แล้วมันมีทางอื่นให้พี่เลือกด้วยหรือไง ไม่มีคำตอบที่เหมาะให้คนที่เอ่ยถาม  มีเพียงคำถามกลับไป  ในเมื่อเขาก็รู้ว่าจุนซูรู้สึกไม่ต่างกันกับตัวเอง  เพราะเขาเองก็ไม่รู้...ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไงต่อไป... ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง...    

 

 

 

To Be Continue…

   

 

 

~Talk~

ในที่สุดก็ปั่นทันวันเกิดพี่ยุน  แต่ด้วยความเร่งด่วนมันก็เลยเศร้าได้ไม่สุดติ่งอย่างที่คนแต่งต้องการจะให้มันเป็น เหอเหอ  ตอนหน้าที่แรกกะว่าจะลงวันเกิดน้องมิน  แต่ช่วงนั้นมันวิกฤตเกินไปนิดส์นึงค่ะใกล้สอบมากมาย  เลยขอเลื่อนไปหลังสอบ หลังวันที่หกมีนาแล้วกันนะคะ 

 

จริงๆแล้วฟิกเรื่องนี้มันถูกวางพลอตมาตั้งแต่ได้ฟังเพลงที่มาของชื่อฟิกตั้งแต่ครั้งแรกแล้วล่ะค่ะ  แต่ด้วยความขี้เกียจของเราเองก็เลยไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่นัก  วางไว้จนลืมเหตุการณ์จริงที่ตั้งใจจะเอามาใส่ไปจนหมดแล้ว  สงสัยว่าจะต้องคุ้ยแผ่นมาดูขนานใหญ่ก่อนแต่งตอนต่อไปแน่ๆ  สังเกตได้จากตอนนี้ได้เลยค่ะว่าเวลามันไม่ได้ไปไหนเลย  เพราะจำโมเม้นท์ไม่ได้ เหอเหอ  ใครจะรีเควสฉากไหนตอนไหนก็บอกได้นะคะ  ถ้าแต่งได้จะจัดให้ค่ะ 

 

ส่วน Theme Song ขอแปะไว้ตอนหน้าอีกเช่นกันนะคะ  แล้วจะเอามาฝากเนอะ 

 

สิ่งสุดท้าย  ขอให้มีความสุขมากๆนะจ๊ะ  พ่อพระเอกฟิคของเค้า  ไม่อวยพรมากล่ะกัน  มีของดีอยู่ใกล้ตัวแล้วนี่ไม่ต้องเอาอะไรแล้วมั้ง อิอิ